
ทำไมจึงควรลงทุนในตราสารหนี้
1. เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ
2. ได้รับผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอนและสม่ำเสมอ
3. ช่วยในการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ได้มากกว่า
ลงทุนในตราสารทุนอย่างเดียว
4. สามารถเปลี่ยนมือได้ ทำให้มีสภาพคล่อง
ชนิดของตราสารหนี้ (แบ่งตามประเภทผู้ออก)
ตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์กรภาครัฐ
ตั๋วเงินคลัง, พันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรออมทรัพย์, หุ้นกู้ภาคเอกชน
ตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือหุ้นกู้ภาคเอกชน
หุ้นกู้ภาคเอกชน
เนื่องจากตราสารหนี้มีหลายประเภท ฉะนั้นการตัดสินใจลงทุนขึ้นอยู่กับปัจจัยและวัตถุประสงค์
ซึ่งเราควรพิจารณาดังนี้
| |
ผลตอบแทน |
ความเสี่ยง |
อายุตราสาร |
สภาพคล่อง |
| |
สูง |
ต่ำ |
มาก |
น้อย |
ยาว |
สั้น |
มาก |
น้อย |
| พันธบัตรรัฐบาล |
 |
 |
|
 |
 |
 |
 |
|
| ตั๋วเงินคลัง |
|
 |
|
 |
|
 |
 |
|
| พันธบัตรออมทรัพย์ |
 |
|
|
 |
 |
 |
|
 |
| หุ้นกู้ภาคเอกชน |
 |
|
 |
|
 |
 |
|
 |
ขั้นตอนการติดต่อซื้อขาย
1. ติดต่อเจ้าหน้าที่ โดยโทรมาสอบถามราคา
2. ตกลงซื้อ (เตรียมเอกสารและชำระเงิน)
3. ชำระเงิน
4. รับตราสาร
5. ขาย หรือ ถือต่อ
ภาษีกับการซื้อขายตราสารหนี้
ผู้ลงทุนในตราสารหนี้ จะต้องเสียภาษีเงินได้ตามประเภทของผู้งทุนดังนี้
กรณีที่เป็นผู้ลงทุนบุคคลธรรมดา
จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ทั้งในส่วนของรายได้จากดอกเบี้ย
และ กำไรจากการขายตราสารหนี้ (Capital Gain) ซึ่งต่างจากการลงทุนในหุ้นสามัญที่ผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์
แต่ทว่า ผู้ลงทุนมีสิทธิเลือกที่จะนำรายได้ทั้งสองส่วนนี้ไปรวมหรือไม่รวมในการคำนวณภาษีเงินได้ปลายปี
กรณีที่ผู้ลงทุนเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย
จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 1% ในส่วนของรายได้จากดอกเบี้ย แต่จะไม่หักภาษี
ณ ที่จ่าย ในส่วนของกำไรจากการขายตราสารหนี้ และจะต้องนำรายได้ทั้งสองส่วนไปรวมในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
ติดต่อซื้อขาย
ติดต่อเราได้ที่ แผนก ตราสารหนี้ 02-657-9292
ตรวจสอบราคาตราสารหนี้ออนไลน์
|